WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: บทวิเคราะห์
BLSบล.บัวหลวง : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน
ภาพตลาดและแนวโน้ม
 
Sideways 
          คาดหุ้นไทยวันนี้ จะลงไม่ลึก ตามจิตวิทยาตลาดหุ้นต่างประเทศที่ลงสะท้อนภาวะ US Inverted yield curve วิตก เศรษฐกิจสหรัฐฯถดถอย แนวรับ 1,640/1,635 จุด เพราะที่ผ่านมาหุ้นไทยไม่ได้ขึ้นเหมือน ตลาดต่างประเทศ และ ต่างชาติเองก็เป็นฝายที่ขายหุ้นไทยมาตลอด   
          ส่วนปัจจัยหนุน การปรับขึ้นของหุ้นไทย คาดจะมาจาก (1) (ดูรายงานวันนี้ใน Thai market strategy เรื่องผลเลือกตั้ง และ การเมือง) การเมืองในประเทศชัดเจน หลังไทยผ่านการเลือกตั้ง นักลงทุนต่างชาติที่อ้างความไม่เป็นประชาธิปไตย และขายหุ้นไทยมาตลอด คาดว่า ควรจะกลับลำซื้อ (2) MSCI Weight ตามกำหนด จะแจ้งเพิ่มนำหนักหุ้นไทยผ่านการรวม NVDRs ภายใน 29 มีค. นี้    
 
What to watch:
          (+) ตัวเลขเศรษฐกิจ สัปดาห์นี้คาดแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอ จะสนับสนุนนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของ เฟด: คาด US GDP 4Q ครั้งสุดท้าย ที่จะประกาศในวันพฤหัส จะปรับลดลงจาก 2.6% เหลือ 2.4% q-q ขณะที่ตัวเลข การสร้างบ้านใหม่ เงินเฟอ PCE จะส่งสัญญาณของการชะลอลง 
          (+) ตัวเลขเศรษฐกิจฝั่งเอเชีย จะได้เห็นการขยายตัวของ ภาคการผลิต และ ไทยจะรายงานดุลการค้าเกินดุล 3 พันล้านเหรียญ: ดัชนีฯภาคการผลิตไต้หวัน คาดจะติดลบน้อยลงเหลือ -1.5% y-y (จาก -1.9%) สิงคโปร์ +1.2% y-y จาก -3.1% y-y เกาหลีใต้ +0.4% y-y จาก +0.1%y-y 
          (+) MS คาดว่าสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดเกิดใหม่ (Emerging market) ได้เวลา สำหรับการ แรลรี่ อีกครั้ง หลังจากที่ Pause หรือหยุดการแรลรี่ ไปเป็นเดือน โดยการกลับมาแรลรี่ ครั้งนี้ จะหนุนด้วย (1.) ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่กลับท่าที ผ่อนคลายรอบใหม่ (2.) นักลงทุนที่ ถือเงินสดในรูปสกลุเงินดอลล์ เป็นส่วนใหญ่ หลังจากเทขาย สินทรัพย์เสี่ยงในตลาดพัฒนาแล้ว (Develop market) ยังไม่ได้โยกย้ายเงินออก คาดว่า ตัวเร่งให้เกิดการย้ายเม็ดเงินลงทุน จะมาจาก...ค่าเงินดอลล์อ่อนค่าตามโมเมนตั้มเศรษฐกิจสหรัฐ และท่าทีของ เฟด   
 
หุ้นแนะนำ 
          SCB มีโอกาสในการรับรู้กำไรจากการ ขาย SCB Life 
          PTTEP ต่างชาติให้ความสนใจกับการ เข้าซื้อกิจการ เมอร์ฟี่ มาเลเซีย เป็นอย่างมาก ซึ่งจะมี อัพไซด์ จากบริษัทฯในกลุ่ม เมอร์ฟี่ ในต่างประเทศ เช่น เวียดนาม และ บูรไน 
 
รายงานวันนี้ 
 
Thai Market Strategy: After the ballot--close call on coalitions   
          ผลการเลือกตั้งในเบื้องต้น (93%) พลังประชารัฐได้คะแนนเสียงมากที่สุด (24.68%), ตามมาด้วยเพื่อไทย (23.17%), อนาคตใหม่ (17.11%) และภูมิใจไทย (10.52%) จากข้อมูลข้างต้นดูเหมือนว่าพลังประชารัฐจะสามารถจัดตั้งรัฐบาล แต่ความมีเสถียรภาพไม่ได้แข็งแรงมาก ขึ้นอยู่กับการเข้าร่วมของพรรคขนาดเล็ก และเสียงของกองทัพงูเห่า สำหรับประเด็นเรื่องการร้องเรียนการเลือกตั้งโดยมิชอบในบางพื้นที่และมีการเลือกตั้งซ่อมอาจจะส่งผลต่อเก้าอี้ผู้ชนะบ้างเล็กน้อย โดยรวมเรามองว่าตลาดจะยังคงโหมดการรอดูสถานการณ์การรวมทีมตั้งรัฐบาล  
 
SCB: Huge potential gain from selling SCBLIF
          เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา SCB เซ็น MOU กับ FWD เพื่อขายสินค้าประกันของ FWD ผ่าน SCB และ FWD จะมีการซื้อ SCBLIF ที่ราคา 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ (อิงข้อมูลจาก Bloomberg) เรามองว่าหากดีลสำเร็จ SCB จะมีการบันทึกกำไรพิเศษราว 6 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามดีลนี้ต้องได้รับการอนุมติจาก คปภ. และ ธปท. เรายังคงคำแนะนำ ถือ แต่หากดีลได้รับการอนุมัติเราคาดจะมีการปรับราคาเป้าหมายและคำแนะนำขึ้น 
 
QH: Quality upticks 
          เรายังคงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร ราคาเปาหมาย 3.40 บาท แม้ว่าภาพอุตสาหกรรมจะยังคงโดนกดดัน แต่เรามองว่ามีประเด็นบวกเฉพาะตัวจาก 1) หากตัดมูลค่าการลงทุนออก ราคาตอนนี้เทรดอยู่ในระดับ PER ของธุรกิจอสังหาฯ ที่ 4.1 เท่า, 2) สถานะการเงินแข็งแกร่งมี Gearing ที่ 0.7 เท่า ทำให้สามารถรักษาระดับการจ่ายเงินปันผลที่ 62% (สูงอันดับ 2 ในกลุ่ม) โดยอัตราผลตอบแทนเงินปันผลในเดือน เม.ย. นี้สูงถึง 4.8%, 3) อัตราการทำกำไรสูงอันดับ 2 ในกลุ่มและมีโอกาสปรับตัวขึ้นอีก  
 
GFPT: Weak El Ni-o strengthens chicken price
          เรามองว่าการเกิด El Ni-o แบบอ่อน จะหนุนให้ราคาเนื้อสัตว์สามารถรักษาระดับได้ เนื่องจากอุปทานที่หายไป อีกทั้งราคาหมูที่ยืนประกอบกับการฟนตัวของการบริโภคหลังเลือกตั้ง จะเป็นปัจจัยบวกที่หนุนราคาไก่ เรายังคาดว่าปีนี้ GFN จะพลิกกลับมาเป็นกำไร และกำไรของ McKey จะเติบโตแข็งแกร่งจากกำลังการผลิตโรงงานใหม่ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ในขณะที่อัพไซด์จะถูกหนุนโดยปริมาณการส่งออกไก่ไปจีน เรายังคงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร ราคาเป้าหมาย 16.25 บาท  
 
หุ้นมีข่าว/ประเด็นข่าวที่มีผลต่อตลาด 
          (-) ทำเนียบขาวเผย สหรัฐเตรียมเชิญนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน เข้าร่วมการเจรจาการค้าซึ่งจะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 3 เม.ย ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี โดยภายหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐจะเดินทางไปกรุงปักกิ่งในสัปดาห์ถัดไป 
          อย่างไรก็ตาม ปธน.ทรัมปกล่าวว่า สหรัฐจะยังคงดำเนินมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าของจีนต่อไปอย่างไม่มีกำหนด จนกว่าจีนจะยอมทำตามข้อตกลงทางการค้าที่สหรัฐกำลังทำกับจีน (ที่ม ASPEN) 
          (+) PRM  มองธุรกิจขนส่งทางเรือและกักเก็บปิโตรเคมีฟนตัว ดันกำไรปีนี้โต 15-20% พร้อมทุ่มซื้อหุ้น Big Sea เพิ่มอีกหากทำกำไรเข้าเปา (ที่มา โพสต์ทูเดย์) 
          (+) GPSC  ลดราคาเทนเดอร์ GLOW เหลือ 90.81 บาท หลังจ่ายปันผล 1.177 บาท ตั้งโต๊ะ 25 มี.ค.-17 พ.ค.นี้ (ที่มา โพสต์ทูเดย์) 
          (+) PTTEP  สนใจขยายลงทุนเพิ่มในอินโดนีเซีย เวียดนาม บรูไน เพิ่มปริมาณสำรองน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติระยะยาว (ที่มา โพสต์ทูเดย์) 
          (+) BJC  ผุดโรงงาน ขวดแก้ว 1.5 พันล. ชี้เทรนด์การใช้ขวดแก้วกำลังกลับมา บวกกับอากาศร้อนหนุนความต้องการใช้ขวดบรรจุฯ หลังทั่วโลกหันมาดูแลสิ่งแวดล้อม ระบุปีที่ผ่านมา ยอดขวดแก้วพุ่ง 8% (ที่มา แนวหน้า ไทยโพสต์)  
          (+) WHA AMATA  ผวา 'อีอีซี' สะดุด เร่งครม.อนุมัติ 5 โครงการก่อนตั้งรัฐบาลใหม่ ทั้ง 5 โครงการ ได้แก่ รถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน, ท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3, ท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3, สนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินาคตะวันออก และศูนย์ซ่อม บำรุงอากาศยานอู่ตะเภา เนื่องจากการจัดตั้ง รัฐบาลชุดใหม่คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วง เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2562 แต่หากรัฐบาล ใหม่แล้ว มีการทบทวนขึ้นมาก็เชื่อว่าเอกชน จะไม่ยอมรับ และอาจมีการฟองร้อง (ที่มา แนวหน้า) 
          (+) SCB  เอฟดับบลิวดี จ่อซื้อเอสซีบีไลฟ วงการประกันชี้มูลค่าดีลเฉียด 'แสนล้าน' FWD เซ็นเอ็มโอยู "ไทยพาณิชย์" ขายประกันผ่านแบงก์ (ที่มา กรุงเทพธุรกิจ) 
          วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336 
          นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค 
          ธนัท พจน์เกษมสิน,นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน 
          นภนต์ ใจแสน, นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน 
Trend Forecasting 
 
SET Index ปิด 1646.29 (+0.75%) มูลค่าการซื้อขาย 4.6 หมื่นล้านบาท  
 
แนวโน้มระยะสั้นมอง
          SET Index แนวรับ 1,640 แนวต้าน 1,665 / SET100 รับ 2,410 ต้าน 2,435 BSET100 รับ 10.52 ต้าน 10.65 / BMSCITH รับ 12.45 ต้าน 12.65
 
Topic: Bank & Energy trend and turning point 
 
กลยุทธ์เทคนิค: 
          สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาของหุ้นพลังงานอย่างแท้จริง บวกยกแผงนำโดยหุ้นโรงกลั่น น้ำมันและปิโตรเคมี หนุนจากดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงและปัจจัยตามฤดูกาล สัปดาห์นี้เราจะวิเคราะห์หุ้นธนาคารกันบ้าง เนื่องจากราคายังขึ้นน้อย อย่างไรก็ตามหากดูจากชาร์ตเริ่มน่าสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากการทำฐานยกสูงขึ้น Higher low ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของรูปแบบขาขึ้น มีส่วนคล้ายกับดัชนีกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวนำขึ้นไปแล้ว ปัจจัยเสริมทางพื้นฐานได้แก่การเติบโตของสินเชื่อ ขณะที่ NPL และการตั้งสำรองมีแนวโน้มลดลง     
 
มุมมองตลาด:
          ความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้ง หนุนความเชื่อมั่นกระแสเงินลงทุนให้ไหลเข้า ดัชนีทะลุแนวต้าน 1640 จุด บ่งการเปลี่ยนโครงสร้างเป็นขาขึ้นรอบใหม่    
 
วิธีการเลือกหุ้น:
          จับตาหุ้นขนาดใหญ่กลุ่มพลังงาน-ธนาคาร จะเป็นตัวหนุนให้ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น  
          Bull signal: SCB, KTB, JAS 
          Bear signal: COM7, WORK, TKN (break down 25-days EMA) 
          Portfolio: BCH, KTC, MEGA, TOP, GLOBAL, RS, PTTEP, IVL 
 
          ธนรัตน์ อิศรกุล นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์และปัจจัยทางเทคนิค 
          This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. +662-618-1334
 
Track with Technical 
 
          SCB           
          แนะนำ ซื้อ 
          รับ 133.50  
          ต้าน 142.00 
          เหตุผล SCB ส่งสัญญาณเปลี่ยนโครงสร้างเป็นขาขึ้นรอบใหญ่จากการทะลุเส้นแนวโน้ม ยืนยันด้วยวอลุ่มเพิ่มขึ้น 
 
          KTB 
          แนะนำ ซื้อ 
          รับ 19.00 
          ต้าน 20.00 
          เหตุผล ราคาทะลุเส้นกลาง Bollinger band ขณะที่ RSI บ่งชี้ความแข็งแกร่งด้านราคา แสดงแนวโน้มการเปลี่ยนเป็นขาขึ้นรอบใหม่ 
 
          JAS 
          แนะนำ ซื้อ 
          รับ 5.80 
          ต้าน 6.80 
          เหตุผล ทะลุแนวต้านสำคัญ กลับขึ้นมาเทรดบริเวณกรอบบน หนุนด้วยวอลุ่มและ RSI ยืนยันโครงสร้างการกลับตัว