WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: บทวิเคราะห์
KGIบล.เคจีไอ : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน
 
ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้               (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล เลขทะเบียนฯ: 19838)
 
ขึ้นรับผลเลือกตั้ง แต่ไปไม่ไกล
          KGI ประเมิน SET Index วันจันทร์บวกสวนหุ้นโลก... หลังผลการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวานนี้ (เบื้องต้น) ชี้ว่าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้คะแนนเสียงสูงสุดและน่าจะมีสิทธิจัดตั้งรัฐบาล + การคำนวณเสียงคร่าวๆ มีโอกาสสูงที่ขั้ว พปชร. สามารถรวมเสียงได้มากกว่ากึ่งหนึ่ง หรือ 250 เสียง โดย กกต. จะมีการแถลงผลการนับคะแนน 95% ในช่วงบ่ายวันนี้ อย่างไรก็ดีฝ่ายวิจัยฯ มองว่า SET Index คงไปต่อได้ไม่ไกล เนื่องจากปัจจัยต่างประเทศพลิกเป็นลบค่อนข้างแรง หลังจากตลาดการเงินกลับมากังวลต่อเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง เพราะ i) เส้นผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (yield curve) พลิกเป็น inverted ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัว และ ii) ตัวเลขภาคการผลิตเบื้องต้นเดือน มี.ค. ของยูโรโซนต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ค่อนข้างมาก ทั้งนี้สำหรับสัปดาห์นี้ นักลงทุนควรติดตามปัจจัยได้แก่ i) การเจรจาของนักการเมืองเพื่อฟอร์มรัฐบาลผสมซึ่งนำโดยพรรค พปชร. ii) ตัวเลขเศรษฐกิจไทยเดือน ก.พ. ที่จะออกมาในช่วงปลายสัปดาห์ และ iii) การเจรจาประเด็น Brexit ของอังกฤษหลังจากกลุ่มยุโรปเลื่อนเส้นตายการหาแนวทางของฝั่งอังกฤษให้เป็น 12 เม.ย. 2562
 
หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน           (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ เลขทะเบียนฯ: 28668)
เก็งกำไร STEC*, KTB*, AMATA*
          STEC* (เป้าพื้นฐาน 32 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 22.7 บาท / แนวต้าน 24 บาท (Stop loss 22.2 บาท) 2) ประเมินการลงทุนภาครัฐฯเดินหน้าประมูลต่อ หลังการเลือกตั้งผ่านพ้นไปได้ด้วยดี โดยฝ่ายวิจัยฯประเมินการเซ็นสัญญาโครงการใหม่ๆ จะเกิดขึ้นใน 2Q62 - 3Q62 หลังมีรัฐบาลใหม่ 3) Momentum ของกำไรยังเร่งตัวขึ้นจากการรับรู้รายได้แบบ S-curve ที่ชันขึ้นของโครงการรถไฟฟ้า (สายสีส้ม ชมพู และเหลือง)  
          KTB* (เป้าพื้นฐาน 22.4 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 19.0 บาท / แนวต้าน 19.4 บาท และถัดไปที่ 19.8 บาท (Stop loss 18.6 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มการลงทุนภาครัฐฯ และเอกชนที่จะกลับมาเร่งตัวขึ้นหลังมีรัฐบาลใหม่จะช่วยหนุนอัตราการขยายตัวของสินเชื่อใหม่ โดยเฉพาะสินเชื่อโครงการภาครัฐฯ 3) Valuation ต่ำ โดย PBV เพียง 0.88 เท่า ขณะที่ฝ่ายวิจัยฯประเมิน ROE ปีนี้ที่ +11% 
          AMATA* (เป้าพื้นฐาน 25 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 21 บาท / แนวต้าน 21.8 และถัดไปที่ 22.5 บาท (Stop loss 20.8 บาท) 2) ฝ่ายวิจัยฯประเมินยอดโอนที่ดินใน 1Q62 จะชะลอตัว เนื่องจากลูกค้าชะลอการตัดสินใจก่อนการเลือกตั้ง แต่เมื่อการเลือกตั้งผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และมีโอกาสที่จะเดินหน้านโยบายโครงการ EEC ต่อจากรัฐบาลที่แล้ว ทำให้คาดจะเป็นตัวเร่งการตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชนในช่วงกลางปีนี้ ทำให้แนวโน้มผลการดำเนินงานเร่งตัวขึ้นใน 2H62
 
หุ้นเชิงปริมาณ & พื้นฐาน "Quantamental"
          หุ้นเด่น Quantamental: แนะนำ "ซื้อเมื่ออ่อนตัว" และ ระมัดระวังความเสี่ยง "Momentum Crash" สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้เลือก CKP* (Stop loss 4.6 บาท), TK (Stop loss 9.3 บาท) / สำหรับนักลงทุนที่รับเสี่ยงได้น้อย (เน้นที่ปัจจัย Value เลี่ยงปัจจัย Momentum เพื่อเลี่ยงความเสี่ยง Momentum Crash) เลือก SPRC* (Stop loss 9.5 บาท), ROJNA (Stop loss 4.7 บาท), BJCHI (Stop loss 1.8 บาท)
 
หุ้นมีข่าว
          (+) SCB* บุ๊ก 3.5 หมื่นล. ขายหุ้น SCBLIFE (ข่าวหุ้น) แบงก์ไทยพาณิชย์ (SCB*) ลงนามเอ็มโอยู กับ "เอฟดับบลิวดี" เพื่อร่วมมือในธุรกิจประกันชีวิต รวมถึงอาจขายหุ้นใน SCBLIFE คาดได้เงินกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท หลังหักภาษีและค่าใช้จ่าย ... อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในบทวิเคราะห์ Alert วันนี้
          (+) BEM* ลั่นปีนี้พุ่ง 4 แสนคน เดินรถน้ำเงินส่วนต่อก.ย. (ข่าวหุ้น) BEM พร้อมเปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง-หลักสอง ก.ย.นี้ เชื่อมีผู้โดยสารทันที 1 แสนคน ช่วยดันยอดผู้โดยสารทั้งปี 62 ปิดที่ 4 แสนคน โต 6% และคาดรายได้พุ่งถึง 10% เหตุผู้โดยสารเดินทางไกลขึ้น ขณะที่ปี 63 ก้าวกระโดดรับผู้โดยสารพุ่ง 6 แสนคน จากการเปิดช่วงเตาปูน-ท่าพระ เดือนมี.ค.63
          (+) ไทย-เทศ 18 รายแห่ซื้อซอง งาน O&M มอเตอร์เวย์ 2 สาย (ข่าวหุ้น) "กรมทางหลวง" สรุปยอดเปิดขายเอกสาร O&M มอเตอร์เวย์ 2 สาย 18 วันแรก เอกชนไทย-เทศแห่ซื้อ 18 ราย บิ๊กเนมไทยมาเพียบ 8 ราย ส่วนต่างชาติมีทั้งจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และฝรั่งเศส
          (+) BGRIM* เล็งซื้อกิจการ 2-3 ดีล ค่า Ft ปรับสูงดันมาร์จิ้นปีนี้พุ่ง (ทันหุ้น) BGRIM* เจรจาซื้อกิจการ 2-3 แห่ง ทั้งในประเทศ-ต่างประเทศ 100-300 เมกะวัตต์ คาดชัดเจนปีนี้ ปักธงรายได้โต 15-20% จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบปีนี้ 697 เมกะวัตต์ พร้อมรับรู้โรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟปี 61 เต็มปี คาดค่า Ft ปรับตัวดีขึ้นดันมาร์จิ้นพร้อมเล็งออกหุ้นกู้ 5-7 พันล้านบาทครึ่งปีหลัง หวังลดต้นทุนลงเหลือ 4.2-4.4%
          (+) SSP กดปุ่มโซลาร์มองโกเลีย ADB-LEAP เซ็นสัญญาปล่อยกู้ (ทันหุ้น) ADB-LEAP จรดปากกาเซ็นสัญญาปล่อยกู้โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 15 MW ในประเทศมองโกเลีย วงเงิน 18.7 ล้านดอลลาร์ โดย SSP เป็นผู้ถือหุ้น 75% ระบุถือเป็นโครงการโซลาร์ฟาร์มของภาคเอกชนรายแรกในประเทศมองโกเลียที่ ADB ให้ความสนับสนุนทางการเงิน SSP ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชีย
          (+) SUPER* ขยายฐานลงทุนไฟฟ้า ดีลซื้อกิจการอัพกำลังผลิตเพิ่ม (ทันหุ้น) SUPER* เคาะเป้ารายได้ปี 2562 โต 13-15% จากปีก่อนที่ 5.87 พันล้านบาท แถมจ่อ COD โซลาร์เวียดนาม-ไพร์เวตพีพีเอ รวม 260 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันที่มีกำลังผลิตราว 777.6 เมกะวัตต์ หนุนกำลังผลิตไฟสิ้นปีนี้ราว 1039 เมกะวัตต์ ซุ่มดีล M&A โซลาร์ใน-ตปท. ขนาด 30-50 เมกะวัตต์ คาดชัดเจนไม่เกิน Q3/2562
          
หุ้นที่แนะนำก่อนหน้า
          ZEN (เป้า Consensus 16.7 บาท) ประเมินแนวรับ 14.9 บาท / แนวต้าน 15.6 บาท (Stop loss 14.7 บาท)
          RS* (เป้าพื้นฐาน 25 บาท) ประเมินแนวรับ 18.0 บาท / แนวต้าน 19.0 บาท (Stop loss 17.5 บาท) 
          PLANB* (เป้าพื้นฐาน 8.8 บาท) ประเมินแนวรับ 6.35 บาท / แนวต้าน 6.6 - 6.9 บาท (Stop loss 6.3 บาท) 
          ROBINS* (เป้าพื้นฐาน 77 บาท) คาดหากหยุดทำจุดต่ำใหม่ที่ 57.25 บาทได้ แนะนำ ทยอยสะสม / แต่หากต่ำกว่า 57.25 บาท แนะนำรอซื้อที่แนวรับ 55 บาท (Stop loss 54 บาท)
          OSP (เป้า Consensus 27.9 บาท) ประเมินแนวรับ 26.5 บาท / แนวต้าน 27.5 - 29.0 บาท (Stop loss 25.5 บาท) 
          MEGA* (เป้าพื้นฐาน 39 บาท) ประเมินแนวรับ 32.25 บาท / แนวต้าน 34.5 บาท (Trailign stop 32 บาท) 
 
Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
          กลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินผลการเลือกตั้งเบื้องต้นชี้ว่า พปชร ได้ที่นั่งมากที่สุด เฉือนพรรคเพื่อไทยไปแบบฉิวเฉียด ซึ่งคาดว่าเป็นบวกกับ SET Index เนื่องจากจะทำให้ความกังวลเรื่องการเมืองที่ปกคลุมตลาดมาหลายสัปดาห์คลี่คลายลงไป ฝ่ายวิจัยฯประเมินว่า พปชร จะได้เสียงสนับสนุนจากพรรคเล็กพรรคน้อย และถึงที่สุดก็จะได้เสียงข้างมากเกิน 250 ที่นั่ง ส่งผลให้หุ้น big cap ในประเทศ และหุ้นที่ได้อานิสงส์จากความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นน่าจะ outperform ตลาดได้ ซึ่งหุ้นที่น่าสนใจจากผลการเลือกตั้งที่ออกมาได้แก่ หุ้นตัวหลักที่เน้นปัจจัยในประเทศ และหุ้นเชื่อมโยงความเชื่อมั่นในประเทศ เช่น CPALL*, AOT*, BDMS*, STEC*, RS* และ MAJOR*
          นักวิเคราะห์: อดิศักดิ์ คำมูล
          66.2658.8888 ต่อ 8843
          This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.