WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: บทวิเคราะห์
DBSบล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน
 
“ลบ-สงครามการค้ารุนแรงขึ้น เฟดไม่ส่งสัญญาณลดดบ.”
• หุ้นที่เปลี่ยนคำแนะนำทางปัจจัยพื้นฐานวันนี้ : --
ภาวะตลาดและปัจจัย : SET วันศุกร์ +13.12 จุด ปิดที่ 1646.68 จุด มูลค่าการซื้อขายบางลงเป็น 51.1 พันล้านบาท ดัชนีฯ ปรับขึ้นสอดคล้องกับตลาดหุ้นในภูมิภาคแถบนี้ โดยติดตามสุนทรพจน์เฟด ที่เมือง Jackson Hole และติดตามมาตรการกระตุ้นการลงทุนเพิ่มจากรัฐบาลไทย ผู้ซื้อสุทธิคือ ต่างชาติและสถาบัน ส่วนขายสุทธิเป็นรายย่อยและโบรกเกอร์ ตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค.ถึงปัจจุบันต่างชาติขายสุทธิลดลงเป็น 48.5 พันล้านบาท ด้านแนวโน้มตลาดและกลยุทธ์คือ
# ปัจจัยสำคัญ: ปัจจัยแวดล้อมกลับมาเป็นลบมาก ทั้งสงครามการค้า และเฟดไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยชัดเจน ทั้งจีนและสหรัฐต่างปรับขึ้นภาษีนำเข้ากันมาก นักลงทุนติดตามเฟดยังจะลดดอกเบี้ยการประชุม ก.ย.นี้หรือไม่ ดาวโจนส์และน้ำมันทั้งตลาดสป็อตและล่วงหน้าปรับลง ยอดขายบ้านใหม่ ก.ค.ลดลงมากบอนด์ยิลด์ต่ำลง ดัชนีความกลัวเพิ่มไปถึง 19.87 จุด ตลาดหุ้นเพื่อนบ้านเช้านี้ -0.5% ถึง -2.0% ทีเดียว เงินบาทก็อ่อนค่า มีเพียงตลาดทองคำที่ดี เพราะนักลงทุนพาเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย
# ระยะสั้นคาด SET- ปรับลงแรง แต่อาจมีรีบาวด์ระหว่างวัน จากปัจจัยแวดล้อมข้างต้น คาดว่าหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ส่วนใหญ่จะปรับลง แต่จะส่งผลดีต่อหลักทรัพย์ในกลุ่มนิคมฯ คือ AMATA,ROJNA,WHA เพราะย้ายฐานการผลิต เน้นหุ้น Defensive หุ้นปันผลสูง ด้านดอกเบี้ยที่ต่ำ ทำให้กลุ่ม REITs และ IFF ที่จ่ายปันผลดียังมี Yield Spread น่าพอใจ แนะนำ ซื้อ AIMREIT, DREIT, DIF คาด SET จะซื้อขายอยู่ในกรอบ 1600-1650 จุด กลยุทธ์ คือ ซื้อเล่นสั้น เข้าไว-ออกไวซื้อลงทุน ทยอยสะสมเมื่ออ่อนตัว แนวรับที่ 1590-1580 จุด แนวต้านเป็น 1650-1650 จุด สำหรับการลงทุนทยอยซื้อสะสม ส่วนกลุ่มหลักทรัพย์ที่แนะนำ มีพื้นฐานแข็งแกร่ง หาจังหวะทยอยสะสมได้ คือ พาณิชย์- CPALL, BJC ท่องเที่ยว- ERW,MINT ขนส่ง AOT,BEM,BTS อาหาร CPF,TU,TKN สื่อสาร- ADVANCไฟแนนซ์- KKP,TISCO, AEONTS การแพทย์- RJH,CHG และสื่อ- VGI แต่หุ้นรับเหมาฯ ปรับลงต่อเนื่องตามคำแนะนำให้ชะลอลงทุน เพราะ กำไร 2Q62 ส่งสัญญาณไม่ดี และเมกะโปรเจ็กต์ขาดช่วง งบประมาณปี 63 มีความล่าช้า อาจต้องรอไปถึงปีหน้า หุ้น HANA ได้รับผลลบสงครามการค้า
# Stock Pick Today : AOT คาดว่า 4Q62 มีแนวโน้มฟื้นตัว จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แนวโน้มระยะยาวดี จากการขยายสุวรรณภูมิเฟส 2เทอร์มินอล 2 มีการเข้าบริหาร 4 สนามบินต่างจังหวัดเพิ่ม ทำให้มีผู้ใช้บริการสนามบินเพิ่ม ได้เพิ่มส่วนแบ่งรายได้การบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์จากคิงพาวเวอร์และโครงการแอร์พอร์ตซิตี้เป็นต้น คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานเป็น 72.00 บาท
 
การวิเคราะห์ทางเทคนิค ระยะสั้น สัญญาณ Candlestick & Indicators ค่อนมาทางบวกเล็กๆ {“ปิดลบ”แต่ยังยืนเหนือ“SMA10 วัน”ได้ (โดยถูกกดดันจาก“โครงสร้างขาลง–ระยะกลาง”)} ชี้ความน่าจะเป็นของตลาดฯวันนี้“แกว่ง”แบบให้น้ำหนักกับการลง แต่“ค่าบวก” (แรงหนุน“เดิม”ของสภาวะOversold ในกราฟรายวัน+ SMA10) อาจจะช่วยให้มีรีบาวด์ฯสั้นๆก่อน(แล้วจึงลงต่ำ,ตามมา)ได้ แนวต้าน 1640 – 1650 จุด {แนวตัดขาดทุน “ต่ำกว่า 1625” (แนวรับย่อย “1590 – 1580 /1560” จุด}
 
สำหรับการ Scan หุ้นที่มีโอกาสทำ New high ที่เข้ามาใหม่เป็น EPG,WHA,TRUE,GUNKUL,GFPT,AOT,PSL ที่ยังคงอยู่ใน List ได้แก่ DIF,COM7,SISB หุ้นที่หลุด List ไม่มี และที่ให้หาจังหวะTake profit เป็น ROJNA,VGI,STA,BBL,BJC Thailand Research Team : reseach-th.dbs.com
 
Inside Story
Key Drivers TODAY : ปัจจัยต่างประเทศ / ปัจจัยในประเทศ
Industry Focus : ที่อยู่อาศัย
Company Guide : HANA (Fully Valued -ราคาพื้นฐาน 25.00)
SEAFCO (ซื้อ -ราคาพื้นฐาน 9.07)
Flash Note : DREIT (ซื้อ -ราคาพื้นฐาน 7.55)
 
 
Key Drivers TODAY
ปัจจัยต่างประเทศ
- จีน: จีนจะเรียกเก็บภาษี 5-10% จากสินค้านำเข้าของสหรัฐวงเงิน 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์
# จีนประกาศว่าจะเรียกเก็บภาษี 5-10% จากสินค้านำเข้าของสหรัฐวงเงิน 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ในการเก็บภาษี 2 รอบโดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.ย. และ 15 ธ.ค. นอกจากนี้ จีนจะเรียกเก็บภาษี 25% ต่อรถยนต์นำเข้าจากสหรัฐ และเก็บภาษี 5% ต่อชิ้นส่วนรถยนต์สหรัฐ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 ธ.ค.
 
- สหรัฐ: โต้ตอบจีน คิดอัตราภาษีเพิ่มในอัตราที่มาก
# ปธน.ทรัมป์ระบุว่า สหรัฐจะปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนวงเงิน 2.50 แสนล้านดอลลาร์ เป็น 30% จาก 25% ในปัจจุบันโดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันครบรอบ 70 ปีของการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน
# นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังได้ประกาศปรับขึ้นภาษีที่ได้วางแผนไว้สำหรับสินค้าจีนวงเงิน 3 แสนล้านดอลลาร์ เป็น 15%จาก 10% ด้วย โดยจะเริ่มเก็บภาษีผลิตภัณฑ์บางส่วนตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. และเลื่อนการเก็บภาษีสินค้าดังกล่าวราวครึ่งหนึ่งไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค.
 
-เฟด: ไม่ได้ส่งสัญญาณถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยชัดเจน
# บรรดานักลงทุนยังผิดหวังที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ไม่ได้ส่งสัญญาณถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐในการกล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมเศรษฐกิจประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิ่ง
# นายพาวเวลกล่าวแต่เพียงว่า เฟดจะดำเนินการเพื่อให้เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวต่อไป ขณะที่ยอมรับว่า การทำสงครามการค้า และปัจจัยอื่นๆ กำลังทำให้เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลง แต่ FedWatch Tool ล่าสุด ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาส 100% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 17-18ก.ย.
 
-สหรัฐ: ยอดขายบ้านใหม่ดิ่ง กังวลเศรษฐกิจชะลอ
# สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยล่าสุด ส่งผลฉุดตลาดลงด้วย โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่ายอดขายบ้านใหม่ดิ่งลง 12.8% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 635,000 ยูนิต ซึ่งเป็นการทรุดตัวลงมากที่สุดของยอดขายบ้านนับตั้งแต่เดือนก.ค.2556 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 649,000 ยูนิต หลังจากพุ่งแตะระดับ728,000 ยูนิตในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 12 ปี
 
 
Inside Story
Key Drivers TODAY : ปัจจัยต่างประเทศ / ปัจจัยในประเทศ
Industry Focus : ที่อยู่อาศัย
Company Guide : HANA (Fully Valued -ราคาพื้นฐาน 25.00)
SEAFCO (ซื้อ -ราคาพื้นฐาน 9.07)
Flash Note : DREIT (ซื้อ -ราคาพื้นฐาน 7.55)
 
 
Key Drivers TODAY
ปัจจัยต่างประเทศ
- จีน: จีนจะเรียกเก็บภาษี 5-10% จากสินค้านำเข้าของสหรัฐวงเงิน 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์
# จีนประกาศว่าจะเรียกเก็บภาษี 5-10% จากสินค้านำเข้าของสหรัฐวงเงิน 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ในการเก็บภาษี 2 รอบโดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.ย. และ 15 ธ.ค. นอกจากนี้ จีนจะเรียกเก็บภาษี 25% ต่อรถยนต์นำเข้าจากสหรัฐ และเก็บภาษี 5% ต่อชิ้นส่วนรถยนต์สหรัฐ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 ธ.ค.
 
- สหรัฐ: โต้ตอบจีน คิดอัตราภาษีเพิ่มในอัตราที่มาก
# ปธน.ทรัมป์ระบุว่า สหรัฐจะปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนวงเงิน 2.50 แสนล้านดอลลาร์ เป็น 30% จาก 25% ในปัจจุบันโดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันครบรอบ 70 ปีของการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน
# นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังได้ประกาศปรับขึ้นภาษีที่ได้วางแผนไว้สำหรับสินค้าจีนวงเงิน 3 แสนล้านดอลลาร์ เป็น 15%จาก 10% ด้วย โดยจะเริ่มเก็บภาษีผลิตภัณฑ์บางส่วนตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. และเลื่อนการเก็บภาษีสินค้าดังกล่าวราวครึ่งหนึ่งไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค.
 
-เฟด: ไม่ได้ส่งสัญญาณถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยชัดเจน
# บรรดานักลงทุนยังผิดหวังที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ไม่ได้ส่งสัญญาณถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐในการกล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมเศรษฐกิจประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิ่ง
# นายพาวเวลกล่าวแต่เพียงว่า เฟดจะดำเนินการเพื่อให้เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวต่อไป ขณะที่ยอมรับว่า การทำสงครามการค้า และปัจจัยอื่นๆ กำลังทำให้เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลง แต่ FedWatch Tool ล่าสุด ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาส 100% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 17-18ก.ย.
 
-สหรัฐ: ยอดขายบ้านใหม่ดิ่ง กังวลเศรษฐกิจชะลอ
# สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยล่าสุด ส่งผลฉุดตลาดลงด้วย โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่ายอดขายบ้านใหม่ดิ่งลง 12.8% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 635,000 ยูนิต ซึ่งเป็นการทรุดตัวลงมากที่สุดของยอดขายบ้านนับตั้งแต่เดือนก.ค.2556 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 649,000 ยูนิต หลังจากพุ่งแตะระดับ728,000 ยูนิตในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 12 ปี
 
- ดาวโจนส์: ดิ่งลง กังวลสงครามการค้า และเฟดไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยชัดเจน
# ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,628.90 จุด ร่วงลง 623.34 จุด หรือ -2.37%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,847.11จุด ร่วง 75.84 จุด หรือ -2.59% และ ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,751.77 จุด ร่วง 239.62 จุด หรือ -3.00%
# ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อวันศุกร์ (23 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกับการที่จีนประกาศมาตรตอบโต้สหรัฐด้วยการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐมูลค่า 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ นักลงทุนยังผิดหวังที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้ส่งสัญญาณที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในการกล่าวสุนทรพจน์ที่แจ็กสัน โฮล
 
- น้ำมัน: ปรับลง กังวลสงครามการค้าอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน
# สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ร่วงลง 1.18 ดอลลาร์ หรือ 2.1% ปิดที่ 54.17 ดอลลาร์/บาร์เรล
# สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนต.ค. ร่วงลง 58 เซนต์ หรือ 1% ปิดที่ 59.34 ดอลลาร์/บาร์เรล
# สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (23 ส.ค.) โดยถูกกดดันจากการที่จีนประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐวงเงิน 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อตอบโต้สหรัฐที่ประกาศก่อนหน้านี้ว่าจะเรียกเก็บภาษีสินค้าจีนอีกวงเงิน 3 แสนล้านดอลลาร์
 
- ทองคำ: ทะยาน เข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย
# สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 29.10 ดอลลาร์ หรือ 1.93% ปิดที่1,537.60 ดอลลาร์/ออนซ์
# สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเกือบ 2% เมื่อคืนนี้ (23 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนพากันเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐทรุดตัวลงอย่างหนัก ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับสงครามการค้าที่รุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน
 
ปัจจัยในประเทศและข่าวหลักทรัพย์
• กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศคงเป้าหมายส่งออกปีนี้ 3%
# อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการประชุมประเมินสถานการณ์ส่งออกไตรมาส 3 ปี 62ร่วมกับภาคเอกชนว่า กรมฯ ยังคงยืนยันเป้าหมายการเติบโตทั้งปีที่ 3% ไว้เป็นเป้าทำงาน เพราะในการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ วันที่ 16 ส.ค.62 ได้ประเมินเศรษฐกิจในภาพรวม รวมถึงการส่งออกด้วย และได้เห็นด้วยกับเป้าหมาย 3% ส่วนปี 63 มองโต 3.5%
 
-การใช้สิทธิประโยชน์สำหรับการส่งออกภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ลดลง
# อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การใช้สิทธิประโยชน์สำหรับการส่งออกภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA)และภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) ในช่วง 6 เดือนของปี 62 มีมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ฯรวมอยู่ที่ 36,358.24 ล้านเหรียญสหรัฐ มีอัตราการใช้สิทธิประโยชน์ฯ อยู่ที่ 78% หดตัวจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา 1.35%
 
• ติดตามการต่ออายุ VAT 30 ก.ย.62
# รมว.คลัง กล่าวถึงความคืบหน้าการขยายเวลาการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เหลือ 7% ออกไปอีกหรือไม่จากที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย.62 ว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง
 
นักวิเคราะห์&กลยุทธ์ : สมบัติ เอกวรรณพัฒนา : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.