WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: บริษัทจดทะเบียน

FITCH12 11ฟิทช์ ประกาศจัดอันดับเครดิต ปตท. สผ. ครั้งแรกที่ BBB+ แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ

 

     ฟิทช์ เรทติ้งส์ - กรุงเทพ/สิงคโปร์ - 28 พฤษภาคม 2562: ฟิทช์ เรทติ้งส์ประกาศจัดอันดับเครดิตสากลระยะยาว (Issuer Default Rating)  ของบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ที่ระดับ ‘BBB+’ แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ นอกจากนี้ ฟิทช์ได้จัดอันดับเครดิตหนี้ที่ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิของบริษัทที่ระดับ ‘BBB+’

    อันดับเครดิตของ ปตท.สผ. อยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตของบริษัทแม่ ซึ่งได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. ซึ่งมีอันดับเครดิตสากลระยะยาวที่ ‘BBB+’ แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ สะท้อนถึงความสัมพันธ์ในด้านการดำเนินงาน และด้านกลยุทธ์ที่อยู่ในระดับแข็งแกร่งระหว่างบริษัททั้งสอง ฟิทช์พิจารณาอันดับเครดิตโดยลำพัง (Standalone Credit Profile) ของ ปตท.สผ. อยู่ที่ระดับ ‘bbb’ สะท้อนถึงปริมาณการผลิตที่อยู่ในระดับปานกลาง ปริมาณสำรองน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่อยู่ในระดับต่ำแต่น่าจะปรับตัวดีขึ้นในอนาคต และฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง

ปัจจัยที่มีผลต่ออันดับเครดิต

      ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับบริษัทแม่: ฟิทช์พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่าง ปตท.สผ. และ ปตท.อยู่ในระดับแข็งแกร่ง ตามหลักเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตของฟิทช์ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทแม่กับบริษัทลูก (Parent and Subsidiary Rating Linkage Criteria) โดยสะท้อนถึงการดำเนินงานที่เชื่อมโยงกันระหว่างสองบริษัท โดย ปตท.สผ. เป็นผู้ดำเนินงานธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของกลุ่ม ปตท. โดย ปตท.สผ. ขายผลิตภัณฑ์มากกว่าร้อยละ 80 ของปริมาณการผลิตทั้งหมดให้แก่ ปตท. และรายได้มากกว่าร้อยละ 90 ของ ปตท.สผ. มาจาก ปตท. นอกจากนี้สัดส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จาก ปตท.สผ. คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 36 ของกลุ่ม ปตท. ในปี 2561

      การดำเนินงานของ ปตท.สผ. ยังมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนบทบาทเชิงกลยุทธ์ของบริษัทแม่ต่ออุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของประเทศไทย และช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่ประเทศ ปตท. มีตัวแทนในคณะกรรมการของ ปตท.สผ. และเป็นผู้แต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงบางส่วนของบริษัท นอกจากนี้ ปตท. ยังมีส่วนร่วมในการสนับสนุน ปตท.สผ. ในการกำหนดนโยบายและกลยุทธ์ ซึ่งรวมถึงการเข้าซื้อกิจการขนาดใหญ่

      ธุรกิจที่น่าจะปรับตัวดีขึ้น: ฟิทช์คาดว่าการเข้าซื้อธุรกิจสำรวจและผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของ Murphy Oil ในประเทศมาเลเซียมูลค่า 2.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆนี้ และการชนะการประมูลแหล่งก๊าซธรรมชาติบงกชและเอราวัณ น่าจะช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตและสำรองน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของบริษัท ปตท. สผ. ได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในแหล่งก๊าซธรรมชาติบงกช ในปี 2561 ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากปริมาณสำรองน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่พิสูจน์แล้ว (Proved Reserves)ที่ลดลงในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปี 2560    การชนะการประมูลดังกล่าวยังช่วยให้ความเสี่ยงจากการสูญเสียการผลิตจากแหล่งก๊าซธรรมชาติบงกชซึ่งคิดเป็นประมาณร้อยละ 27 ของปริมาณการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ในปี 2561 หมดไป และยังเพิ่มความแข็งแกร่งของ ปตท.สผ. ในฐานะผู้นำในธุรกิจสำรวจและผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในประเทศไทยอีกด้วย โดยก๊าซธรรมชาติที่ผลิตจากแหล่งบงกชและเอราวัณ คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 60 ของการผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศไทยทั้งหมดในปี 2561

    ปตท. สผ. มีปริมาณสำรองน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่พิสูจน์แล้ว อยู่ที่ 677 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ณ สิ้นปี 2561 ซึ่งส่งผลให้ปริมาณสำรองที่พิสูจน์แล้วต่อปริมาณการผลิตของบริษัทอยู่ในระดับต่ำที่ประมาณ 5 ปี ฟิทช์มองว่าการลงทุนของบริษัท ซึ่งรวมถึงโครงการก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquid Natural Gas: LNG) ในประเทศโมซัมบิค และการชนะการประมูลแหล่งก๊าซธรรมชาติบงกชและเอราวัณน่าจะช่วยเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมันและก๊าซธรรมชาติและปริมาณการผลิตในระยะยาวได้     ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาโครงการในประเทศโมซัมบิคมีความคืบหน้าอย่างมาก โดยบริษัทคาดว่าจะมีการตัดสินใจที่จะลงทุนพัฒนาโครงการ (Final Investment Decision) ภายในเดือน มิถุนายน 2562     ฟิทช์คาดว่าปริมาณสำรองน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่พิสูจน์แล้วต่อปริมาณการผลิตของ ปตท.สผ.จะค่อยๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 2-3 ปีข้างหน้ามาอยู่ที่ระดับ 7 ปี แม้ว่าจะยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าระดับเฉลี่ยของบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่ฟิทช์จัดอันดับเครดิตในกลุ่ม ‘BBB’

      การลงทุนที่สูง: ฟิทช์คาดว่า ปตท.สผ.จะใช้เงินลงทุนประมาณ 4.8 แสนล้านบาท หรือประมาณ 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วง 5 ปีข้างหน้า เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตและปริมาณสำรองน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งได้รวมการเข้าซื้อธุรกิจสำรวจและผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของ Murphy Oil การลงทุนพัฒนาโครงการในประเทศแอลจีเรีย เวียดนาม และโมซัมบิค การลงทุนในสินทรัพย์ที่ได้เข้าซื้อเมื่อเร็วๆนี้ และการสำรวจแหล่งผลิตปิโตรเลียมที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง ในการพิจารณาอันดับเครดิตนี้ ฟิทช์ยังมิได้พิจารณาการเข้าซื้อกิจการที่มีขนาดใหญ่ โดยฟิทช์จะมีการพิจารณาทบทวนอันดับเครดิตอีกครั้งหากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น

       ฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง: ฟิทช์คาดว่าฐานะทางการเงินของ ปตท.สผ.จะยังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าจะมีการลงทุนที่สูง ฟิทช์มองว่าปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น น่าจะส่งผลให้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัทเพิ่มขึ้น  จากสมมุติฐานราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของฟิทช์ และส่งผลให้บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิเป็นบวกตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป โดยมีสมมุติฐานว่าจะไม่มีการเข้าซื้อกิจการขนาดใหญ่   ดังนั้นฟิทช์คาดว่าบริษัทน่าจะสามารถรักษาอัตราส่วนหนี้สินให้อยู่ในระดับต่ำ โดย ณ สิ้นปี 2561 บริษัทมีเงินสดมากกว่าหนี้สิน และฟิทช์มองว่าฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งยังทำให้บริษัทมีความสามารถในการลงทุนที่สูงได้โดยไม่มีผลกระทบต่ออันดับเครดิต

      อันดับเครดิตโดยลำพัง: อันดับเครดิตโดยลำพัง (Standalone Credit Profile) ของ ปตท.สผ.ที่ ‘bbb’ สะท้อนถึงการเป็นบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ปริมาณสำรองน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ต่ำแต่น่าจะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนในการผลิตปิโตรเลียมที่อยู่ในระดับต่ำ และฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยต้นทุนในการผลิตปิโตรเลียมของ ปตท.สผ. ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 13.8 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2562 (ไตรมาสที่ 4 ของปี 2561 อยู่ที่ 16.3 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ; ปี 2561 อยู่ที่ 15.1 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ) และบริษัทคาดว่าจะดำเนินการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนของบริษัท

การกำหนดอันดับเครดิตโดยสรุป

       ฟิทช์จัดอันดับเครดิตของ ปตท.สผ เท่ากับอันดับเครดิตของบริษัทแม่ ซึ่งได้แก่ ปตท. เนื่องจากความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างบริษัททั้งสอง ตามหลักเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตของฟิทช์ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทแม่กับบริษัทลูก (Parent and Subsidiary Rating Linkage Criteria) ฟิทช์มองว่าความสัมพันธ์กับบริษัทแม่ของ ปตท.สผ. ในด้านการดำเนินงาน และด้านกลยุทธ์อยู่ในระดับสูง โดย ปตท.สผ. เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของกลุ่ม ปตท. และเป็นผู้ผลิตปิโตรเลียมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยการดำเนินงานของบริษัทมีความสำคัญในการรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ และสนับสนุนบทบาทเชิงกลยุทธ์ของบริษัทแม่ในอุตสาหกรรมอีกด้วย นอกจากนี้กำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จาก ปตท.สผ. มีสัดส่วนสูงสุดในกลุ่ม ปตท. โดย ปตท.สผ. ขายผลิตภัณฑ์เกือบทั้งหมดที่ผลิตได้ให้แก่ ปตท. ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์ด้านการดำเนินงานกับ ปตท. ที่อยู่ในระดับสูง

      การจัดอันดับเครดิตของ ปตท.สผ. ในระดับเดียวกันกับบริษัทแม่ เป็นการจัดอันดับในลักษณะเดียวกับการจัดอันดับของ PetroChina Company Limited (PetroChina; อันดับเครดิตสากลระยะยาวที่ ‘A+’ แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ China National Petroleum Chorporation (CNPC;  อันดับเครดิตสากลระยะยาวที่ ‘A+’ แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ) โดย PetroChina มีความสัมพันธ์กับ CNPC ที่แข็งแกร่ง ซึ่งส่งผลให้อันดับเครดิตเท่ากับอันดับเครดิตของบริษัทแม่   ฟิทช์มองว่าความสัมพันธ์ด้านกลยุทธ์และการดำเนินงานของ ปตท.สผ. และ ปตท. อยู่ในระดับมากกว่าความสัมพันธ์ระหว่าง PT Perusahann Gas Negara Tbk (PGN; อันดับเครดิตสากลระยะยาวที่ ‘BBB-’ แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ) และ บริษัทแม่ PT Pertamina (Persero; อันดับเครดิตสากลระยะยาวที่ ‘BBB’ แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ) ซึ่งส่งผลให้อันดับเครดิตของ PGN ต่ำกว่าอันดับเครดิตของบริษัทแม่อยู่หนึ่งอันดับ

สมมุติฐานที่สำคัญ

สมมุติฐานที่สำคัญของฟิทช์ที่ใช้ในการประมาณการ

- ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 10 ต่อปี ในปี 2562 และ 2563

- ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ราคา 65 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลในปี 2562, 62.5 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลในปี 2563, 60 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลในปี 2564, 57.5 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลในปีถัดๆไป

- ราคาขายก๊าซธรรมชาติเคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบ

- ค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนอยู่ในช่วง 2-4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี ในช่วง 5 ปีข้างหน้า

- จ่ายปันผลร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิ

ปัจจัยที่อาจมีผลกระทบต่ออันดับเครดิต

ปัจจัยบวก

- การปรับเพิ่มอันดับเครดิตสากลระยะยาวของ ปตท. โดยที่ความสัมพันธ์ระหว่าง ปตท.สผ. และ ปตท. ยังคงเหมือนเดิม

ปัจจัยลบ

- การปรับลดอันดับเครดิตสากลระยะยาวของ ปตท.

- ความสัมพันธ์ระหว่าง ปตท.สผ. และ ปตท. ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า

สำหรับอันดับเครดิตของ ปตท. มีปัจจัยที่อาจมีผลกระทบต่ออันดับเครดิตในอนาคต ซึ่งแสดงไว้ในรายงานเครดิตลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2562 ดังนี้

ปัจจัยบวก

- การปรับเพิ่มอันดับเครดิตสากลระยะยาวของประเทศไทยโดยที่ความสัมพันธ์ระหว่าง ปตท. และภาครัฐฯ ยังคงเหมือนเดิม

- การปรับเพิ่มอันดับเครดิตโดยลำพังของ ปตท. ไม่น่าจะเกิดขึ้นในช่วง 18-24 เดือนข้างหน้า เนื่องจากความอ่อนแอของธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมโดยเฉพาะสถานะปริมาณสำรองน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

ปัจจัยลบ

- การปรับลดอันดับเครดิตสากลระยะยาวของประเทศไทย

ปัจจัยที่อาจมีผลต่อการปรับลดอันดับเครดิตโดยลำพังของ ปตท. รวมไปถึง:

- การลงทุนจำนวนมากโดยใช้เงินกู้ยืม หรือ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ต่ำกว่าที่คาด ซึ่งทำให้อัตราส่วนหนี้สินสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวัดจาก FFO adjusted net leverage ที่สูงกว่า 2.8 เท่า (ปี 2561 อยู่ที่ 0.7 เท่า)

- สถานะทางการเงินของธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท. สผ.) ที่อ่อนแอลง ซึ่งวัดจาก FFO adjusted net leverage ที่สูงกว่า 2.5 เท่า และการที่ปริมาณสำรองน้ำมันและก๊าซธรรมชาติลดลงอย่างต่อเนื่องในระยะสองถึงสามปีข้างหน้า

- การเปลี่ยนแปลงในเรื่องกฎระเบียบ การแก้ไขสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติและการปรับค่าผ่านท่อก๊าซที่ส่งผลกระทบในแง่ลบต่อ ปตท.

สภาพคล่อง

       สภาพคล่องที่แข็งแกร่ง: ปตท.สผ. มีเงินสดอยู่ในระดับที่สูงจำนวน 1.3 แสนล้านบาท (ประมาณ 4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) ณ สิ้นปี 2561 ทำให้บริษัทมีสภาพคล่องสูง ฟิทช์คาดว่า ปตท.สผ.จะยังคงมีกระแสเงินสดสุทธิเป็นบวก ภายใต้สมมุติฐานว่าบริษัทไม่มีการเข้าซื้อกิจการในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า เนื่องจากสมมุติฐานราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของฟิทช์ ซึ่งน่าจะทำให้ ปตท.สผ. ยังคงมีสภาพคล่องที่ดี นอกจากนี้ ความสามารถของ ปตท.สผ. ในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ ยังช่วยสนับสนุนสภาพคล่องของบริษัทอีกด้วย

Fitch Assigns PTT Exploration First-Time IDR of 'BBB+'/Stable

      Fitch Ratings-Bangkok/Singapore-28 May 2019: Fitch Ratings has assigned Thailand's PTT Exploration and Production Public Company Limited (PTTEP) a first-time Issuer Default Rating (IDR) of 'BBB+'. The Outlook is Stable. The agency has also assigned the company a senior unsecured rating of 'BBB+'.

     PTTEP's ratings are equalised with that of its parent, PTT Public Company Limited (PTT; BBB+/Stable), reflecting our assessment of the strong operating and strategic linkages between the two companies. We assess PTTEP's standalone credit profile (SCP) at 'bbb', reflecting its reasonable production size, relatively low but improving reserves and strong financial profile.

KEY RATING DRIVERS

      Strong Linkages With Parent: The assessment of the strong linkage between PTTEP and its parent is in line with Fitch's Parent and Subsidiary Rating Linkage criteria and is driven by the integrated operations of the two companies as PTTEP provides the group's crucial upstream integration. PTTEP sold more than 80% of its production to PTT, derived nearly 90% of its revenue from its parent and contributed about 36% of PTT's consolidated EBITDA in 2018.

      The company also plays an important role by supporting its parent's strategic role in Thailand's oil and gas sector and improving the energy security of the country. PTT has representation on PTTEP's board and is involved in the appointment of some key management personnel. It also plays an active role in supporting PTTEP in many strategic decisions including large acquisitions.

      Improving Operating Profile: We expect PTTEP's recent USD2.2 billion acquisition of Murphy Oil's Malaysian upstream assets and contract wins at the Erawan and Bongkot natural gas fields in Thailand to boost production and reserves. PTTEP acquired an additional stake in the Bongkot fields in 2018, which largely arrested the fall in proved reserves over the past few years until 2017. The domestic contract wins eliminated the risk to production loss from the Bongkot project, which accounted for about 27% of upstream sales volume in 2018, and will increase PTTEP's dominance in Thailand's natural gas production. The Erawan and Bongkot fields accounted for about 60% of Thailand's gas production in 2018.

      PTTEP had proved reserves of 677 million barrels of oil equivalent (mmboe) at end-2018, resulting in a weak proved reserve life of around five years. We think its investments, including a Mozambique LNG project, and contract wins will augment PTTEP's reserve profile and production volumes over the medium-to-long term. Significant progress has been made in the Mozambique project in the last 12 months with the company expecting the final investment decision in June 2019. We expect PTTEP's proved reserve life to improve gradually over the medium term to about seven years, which remains weaker than that of other exploration and production companies rated in the 'BBB' category.

      Large Investments: We estimate PTTEP will invest around THB480 billion (USD15 billion) over the next five years amid its bid to boost production and reserves including spending on its acquired assets from Murphy Oil, outlay for development projects in Algeria, Vietnam and Mozambique, investments in other recently acquired assets and continuing exploration efforts. Fitch has not factored in any major acquisitions in its assessment and will treat any as an event risk.

      Strong Financial Profile: We expect PTTEP's financial profile to remain strong despite the large investment plans. The rising production volumes, in our view, will strengthen PTTEP's operating cash flows, resulting in mostly positive free cash flows from 2020 in the absence of any large acquisitions given Fitch's oil and gas price assumptions. We consequently expect the company to maintain net leverage at around zero over the medium term after reporting net cash at end-2018. The strong financial profile provides adequate headroom for the company to make large investments, in our view.

      'bbb' Standalone Credit Profile: PTTEP's 'bbb' SCP reflects its position as Thailand's largest oil and gas producer, its gradually improving albeit relatively weak reserve life, rising production volumes, competitive cost position and strong financial profile. PTTEP's cash costs improved to USD13.8/boe during 1Q19 (4Q18: USD16.3/boe; 2018: USD15.1/boe) and the company expects to continue with cost-optimisation measures to maintain its competitive cost position.

DERIVATION SUMMARY

      Fitch equalises PTTEP's ratings with that of its parent, PTT, based on their strong linkages in line with Fitch's Parent and Subsidiary Rating Linkage criteria. We assess PTTEP's linkages to be strong, driven by its strong strategic and operational linkages with its parent. PTTEP is the flagship upstream company of PTT and is also the largest domestic oil and gas producer. It plays a critical role in meeting the energy security of the country, supporting the parent's strategic function. It is also the largest contributor to PTT's EBITDA and sells most of its products to its parent, reflecting the high level of operational integration.

      The equalisation of PTTEP's rating with its parent is similar to that of PetroChina Company Limited (A+/Stable), the key operating entity under China National Petroleum Corporation (CNPC; A+/Stable). PetroChina also has strong linkages with CNPC, resulting in the equalisation of its ratings with that of its parent. We believe the strategic and operational linkages between PTTEP and PTT are stronger than those between PT Perusahaan Gas Negara Tbk (PGN; BBB-/Stable) and its parent PT Pertamina (Persero) (BBB/Stable), resulting in PGN's rating being one notch below that of its parent.

KEY ASSUMPTIONS

Fitch's Key Assumptions Within Our Rating Case for the Issuer

- Production volume to increase by about 10% a year in 2019 and 2020

- Crude oil prices as per Fitch's Brent price deck; USD65/barrel (bbl) in 2019, USD62.5/bbl in 2020, USD60/bbl in 2021 and USD57.5/bbl thereafter

- Gas selling prices to move broadly in line with crude prices

- Capex between USD2 billion and USD4 billion over the next five years

- Dividend payout of 50%

RATING SENSITIVITIES

Developments That May, Individually or Collectively, Lead to Positive Rating Action

- Any upgrade in the parent's IDR, provided their linkages remain intact.

Developments That May, Individually or Collectively, Lead to Negative Rating Action

- A downgrade of PTT's IDR.

- Any significant weakening of linkages with the parent though considered unlikely over the medium term.

For PTT's rating, the following sensitivities were outlined by Fitch in its rating action commentary of 3 May 2019.

Developments That May, Individually or Collectively, Lead to Positive Rating Action

- An upgrade of Thailand's Issuer Default Rating, provided likelihood of support remains intact.

- We do not expect an upgrade of PTT's SCP over the next 18-24 months due to its weak upstream operations relative to peers.

Developments That May, Individually or Collectively, Lead to Negative Rating Action

- A downgrade of Thailand's ratings.

Factors that may lead to negative action on PTT's SCP include:

- Large debt-funded investment or weaker operating cash flow, resulting in a sustained deterioration in FFO adjusted net leverage to over 2.8x (2018: 0.7x)

- A weakening financial profile of its upstream operations (PTTEP), with FFO adjusted net leverage at above 2.5x and failure to address declining reserve life in the medium-term

- Adverse changes to regulations, gas sales contracts or pipeline tariffs.

LIQUIDITY

Strong Liquidity: PTTEP's large cash balance of THB129.8 billion (about USD4 billion) as of end-2018 supports its strong liquidity. We expect PTTEP to remain mostly free cash flow positive without any acquisition over the medium term given Fitch's assumption of oil prices. This, in our view, will continue to support PTTEP's healthy liquidity. In addition, PTTEP's strong access to both domestic and international debt markets further supports its liquidity.

Contact:

Primary Analyst

Shahim Zubair

Director

+65 6796 7243

Fitch Ratings Singapore Pte Ltd

One Raffles Quay,

South Tower #22-11 

Singapore 048583

Secondary Analyst

Lertchai Kochareonrattanakul

Senior Director

+66 2108 0158

Committee Chairperson

Ying Wang

Managing Director